วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553

ห่วงสัญญาณฟองสบู่


จัดทำบทความโดย
นายกิรติ ดิเรกรัตน์ เลขทะเบียน 5001208042


กนง.มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% เนื่องจากมองว่าแม้เศรษฐกิจขณะนี้จะปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากปัจจัยการบริโภคภาคเอกชนในหมวดรถยนต์ รายได้จากการท่องเที่ยว การเกษตร และการส่งออก แต่การลงทุนภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำ
ไพบูลย์ กิตติศรีกังวานนอกจากนั้น กนง.มองว่าเงินเฟ้อยังต่ำ แต่มีแนวโน้มสูงขึ้นนั้น ดังนั้นการเลือกคงระดับอัตราดอกเบี้ยให้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัว เพื่อให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่องในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ จากนั้นค่อยพิจารณาปรับดอกเบี้ยก็ยังไม่สาย
“ถ้าเราถอนแรงกระตุ้นเร็วเกินไป ก็อาจทำให้เศรษฐกิจสะดุดไม่ต่อเนื่อง แต่ถ้าปล่อยดอกเบี้ยต่ำไว้นานๆ ในภาวะที่สภาพคล่องสูง ก็อาจทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ อันตรายต่อเศรษฐกิจ ซึ่งตอนนี้ดอกเบี้ยแท้จริงยังติดลบเราต้องจับตาเรื่องนี้ใกล้ชิดขึ้น แต่ก็ต้องชั่งน้ำหนักดู แล้วค่อยๆ ทยอยถอนนโยบายในการกระตุ้น” นายไพบูลย์ กล่าว
นายไพบูลย์ กล่าวว่า การดำเนินนโยบายการเงินในปีนี้แตกต่างจากปีที่แล้ว ที่เศรษฐกิจตกต่ำในรอบ 60-70 ปี การดำเนินนโยบายของไทยก็มุ่งบรรเทาผลกระทบ เพื่อฟื้นฟูไม่ให้เศรษฐกิจตกต่ำ ให้สามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาการทำมาตรการทางการเงินและการคลัง ก็ทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นได้เร็วกว่าที่คาด
สำหรับปีนี้การดำเนินนโยบายการเงินจะมุ่งเน้นดูแลให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพมากขึ้น ให้ฟื้นตัวได้ยั่งยืน โดยภาคเอกชนเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อให้ภาครัฐทยอยถอนนโยบายในการกระตุ้นลง แต่ในการถอนก็ต้องไม่ให้เศรษฐกิจสะดุด
อย่างไรก็ตาม ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ดอกเบี้ยจะปรับสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แต่กนง.อาจมีความเห็นให้ดอกเบี้ยขึ้นเร็วหรือช้ากว่าที่ตลาดคาดก็ได้
ขณะที่ธนาคารกลางจีน มีนโยบายการเงินเพิ่มความเข้ม สั่งให้ธนาคารเพิ่มทุนสำรองจากเกณฑ์ปกติอีก 0.5% เพื่อลดสภาพคล่องส่วนเกินในระบบลดลง ให้เศรษฐกิจเข้าสู่สมดุลเร็วขึ้น ลดความเสี่ยงการเกิดฟองสบู่ และลดการปล่อยกู้นั้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า กนง.ได้มีการหารือกันบ้าง และได้นำปัจจัยเหล่านี้มาพิจารณาด้วย แต่ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ธปท.ออกนโยบายแบบจีน หรือปรับดอกเบี้ยเร็วขึ้นหรือไม่ ต้องดูให้เหมาะสมกับเศรษฐกิจไทยด้วย
นายไพบูลย์ กล่าวว่า เท่าที่ดูขณะนี้ไทยยังไม่จำเป็นต้องรับขึ้นดอกเบี้ย แต่ในระยะต่อไปก็ต้องพิจารณาด้วย เพราะถ้าปล่อยดอกเบี้ยต่ำไว้นานไป ก็อาจทำให้มีการคาดการณ์เงินเฟ้อข้างหน้าสูงขึ้นได้
ทั้งนี้ โดยการพิจารณาปรับดอกเบี้ยหรือไม่ กนง.จะพิจารณาจากปัจจัย 3 ด้านหลัก คือ 1.เพื่อการรักษาเสถียรภาพด้านราคาหรืออัตราเงินเฟ้อให้เหมาะสมกับเศรษฐกิจในระยะยาว 2.ในช่วงที่เศรษฐกิจมีการฟื้นตัว อัตราดอกเบี้ยต้องให้ความสำคัญกับการเติบโตที่ต่อเนื่อง ฉะนั้นในระยะข้างหน้าจะเปลี่ยนดอกเบี้ยก็ต้องไม่ให้เป็นอุปสรรคในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจด้วย และ 3.ถึงจะมี 2 ปัจจัยข้างต้นแล้ว แต่หากปล่อยให้ดอกเบี้ยต่ำนานๆ ในภาวะที่สภาพคล่องสูงมาก ก็อาจทำให้เกิดฟองสบู่เป็นอันตรายด้วยเช่นกัน ฉะนั้นต้องประเมินเศรษฐกิจเป็นระยะ เพื่อพิจารณาปรับนโยบายการเงินให้สมดุลกับสถานการณ์ปกติด้วย
ผู้ช่วยผู้ว่าการธปท. กล่าวว่า ในส่วนของภาวะเงินทุนไหลเข้าปีนี้ที่กนง.มองว่าจะมีความผันผวนมากขึ้น และมีแนวโน้มที่เงินทุนจะไหลเข้ามามากขึ้น แต่ก็ยังไม่น่าห่วง เพราะหากพิจารณาจากปัจจัยของเศรษฐกิจไทยก็ต้องยอมรับว่า มีทั้งปัจจัยที่เอื้อให้เงินทุนไหลเข้ามาเพิ่ม และมีปัจจัยที่ไม่เอื้อด้วย ซึ่งหากดูจากปริมาณเงินทุนไหลเข้าที่เข้ามาในตลาดหุ้นของประเทศในภูมิภาค 6 ประเทศ ที่มีเข้ามาประมาณ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปีที่ผ่านมา มีไหลเข้ามาในไทยประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น และการตัดสินใจไหลเข้ามาต้องดูปัจจัย ความเชื่อมั่นของนักลงทุน เสถียรภาพเศรษฐกิจ และสถานการณ์ทางการเมืองด้วย
คำถาม
1.ธนาคารกลางจีน มีนโยบายการเงินเพิ่มความเข้ม สั่งให้ธนาคารเพิ่มทุนสำรองจากเกณฑ์ปกติอีกเท่าใด
2.ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ประชุมมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่
3.ปริมาณเงินทุนไหลเข้าที่เข้ามาในตลาดหุ้นของประเทศในภูมิภาค 6 ประเทศ ที่มีเข้ามาประมาณ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปีที่ผ่านมา มีไหลเข้ามาในไทยประมาณเท่าใด

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

เจแปน แอร์ไลน์ส เตรียมยื่นขอล้มละลาย 19 ม.ค.นี้


จัดทำโดย น.ส.จิดาภา กิจสวัสดิ์
เรื่อง เจแปน แอร์ไลน์ส เตรียมขอล้อมละลาย 19 ม.ค.นี้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าสายการบินเจแปน แอร์ไลนส์ อาจยื่นเรื่องขอล้มละลายในวันที่ 19 ม.ค.นี้ ภายใต้แผนปรับโครงสร้างที่รัฐบาลสนับสนุน เช่น การลดตำแหน่งงาน 13,000 ตำแหน่ง..เมื่อวันที่ 9 ม.ค. หนังสือพิมพ์นิกเคอิ รายงานโดยไม่อ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเห็นชอบทางเลือกให้ สายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส ยื่นขอล้มละลายต่อศาล ซึ่งเป็นข้อเสนอของหน่วยงานกำกับดูแลการฟื้นฟูกิจการของเจเอแอล ที่รัฐให้การสนับสนุน ทำให้เจเอแอล สามารถยื่นขอล้มละลายต่อศาลเขตโตเกียวได้ในวันที่ 19 ม.ค. ตรงกับรายงานของหนังสือพิมพ์อาซาฮีหนังสือพิมพ์นิกเคอิ ระบุว่า ภายใต้แผนปรับโครงสร้าง เจเอแอล จะลดตำแหน่งงาน 13,000 ตำแหน่ง ในช่วง 3 ปีข้างหน้า และจะยกเลิกเส้นทางการบินเกือบ 50 เส้นทาง ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลการฟื้นฟูกิจการของเจเอแอล จะขอให้ธนาคารยกหนี้ 3.5 แสนล้านเยน (ราว 1.26 แสนล้านบาท) เพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้สินของเจเอแอล.
คำถาม
1.สายการบินเปนแอร์ไลน์สเตรียมลดตำแหน่งพนักงานทั้งหมดกี่ตำแหน่ง ภายใต้แผนปรับโครงสร้างที่รัฐบาลสนับสนุน
2.การยื่นขอล้มละลายของส่ยการบินเจแปนแอร์ไลน์สเป็นข้อเสนอของหน่วยงานใด
3.หน่วยงานกำกับดูแลการฟื้นฟูกิจการของเจเอแอลขอให้ธนาคารยกหนี้ให้เท่าไหร่เพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้ของเจเอแอล